ประวัติและที่มาของที่พักพระสงฆ์ป่าสัจจะบูชาธรรม2018-10-17T09:27:11+00:00
2_ED
cover6เล็กลง_ED
cover5เล็กลง_ed
cover4เล็กลง_ED
cover3เล็กลง_ED
cover2เล็กลง_ED
cover1เล็กลง_ED
previous arrow
next arrow

ประวัติและที่มาของที่พักพระสงฆ์ป่าสัจจะบูชาธรรม

ที่มาที่พักสงฆ์ป่าสัจจะบูชาธรรม

พระอาจารย์ชัยกิจ เตชวโร    ได้บวช ณ วัดศรีวิชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีพระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์ จันทูปโม) เป็นพระอุปัชฌาย์ การปฎิบัติธรรมท่านได้มุ่งหน้าปฎิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง โดยเดินตามรอยปฎิปทาของพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัวและได้นำคำสั่งสอนของหลวงตามาใช้เป็นแนวทางในการปฎิบัติ    ท่านได้ออกธุดงค์มาทางภาคเหนือเป็นเวลาหลายปี ได้สร้างที่พักสงฆ์เล็กๆอยู่ที่ บ้านปายสองแง่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านที่นั่นเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ ท่านมีลูกศิษย์ที่เป็นทหารดูแลเขตพื้นที่อำเภอปาย ได้นิมนต์มาโปรดญาติโยมที่จังหวัดลำปาง

เมื่อปีพ.ศ. 2552 ท่านจึงเดินธุดงค์ลงมาจากบ้านปายสองแง่   ใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงถึงจังหวัดลำปาง และได้มาพักที่ป่าช้านาป้อใต้ก่อน จากนั้นลูกศิษย์ที่เป็นทหารจึงนิมนต์มาพักที่ศาลเจ้าแม่สุชาดา ซึ่งเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมเล็กๆ  มีพระอาจารย์มหานพพลและพระอาจารย์มหานพพรดูแลอยู่  เมื่อคณะญาติโยมในจังหวัดลำปาง ได้ฟังเทศน์และสนทนาธรรมจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงนิมนต์มาโปรดลูกศิษย์ที่ลำปางเป็นระยะๆ  โดยมาพักที่สวนลำไยของ พล.ต.ต.อุดม และคุณสหัทญา พรหมสุรินทร์    และในระหว่างปีพ.ศ. 2552 นี้ ท่านได้เดินธุดงค์ไปที่ จ.สกลนคร ไปพบวัดร้างแห่งหนึ่ง คือวัดป่าหนองสามขา  อำเภออากาศอำนวย จ.สกลนคร พระอาจารย์ท่านจึงได้ทำการบูรณะขึ้นและจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลาสองปี

ต่อจากนั้นในปี พ.ศ. 2554  ลูกศิษย์ทางลำปาง คือคุณยงชัย และคุณสริญญา ดำเนินกิตติกุล ได้ขอถวายที่ดิน จำนวน 21-2-48.9 ไร่ ที่บ้านห้วยหล่อ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อสร้างที่พักสงฆ์โดยได้ทำการถวายเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2554 ได้ตั้งชื่อ ว่า “ที่พักสงฆ์ป่าสัจจะบูชาธรรม “ และได้นิมนต์ให้พระอาจารย์ชัยกิจ มาจำพรรษาที่จังหวัดลำปาง      ในระยะแรกที่บุกเบิกที่พักสงฆ์ มีลูกศิษย์ที่เริ่มต้นประมาณ 10 กว่าคน มีพระจำพรรษาในขณะนั้นจำนวน 5 รูป สามเณร 1 รูป การสร้างวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก  ด้วยยังมีศรัทธาน้อย ในระหว่างนั้น  เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554  ได้ดำเนินการปลูกป่าเนื่องในงานวันแม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง(ท่านอธิคม สุวรรณพงศ์)เป็นประธานในงาน จึงเป็นโอกาสดีได้ทำการรื้อป่าและทำการปลูกแซมใหม่ ซึ่งในครั้งนั้น มี คุณสุรชัย  แสงศิริ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติเป็นผู้ประสานงานการจัดหาพื้นที่ปลูกป่า และต่อมาก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ที่ร่วมกันสร้างและพัฒนาที่พักสงฆ์ฯมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ได้ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อซื้อที่ดินเพิ่มจำนวน 18- 2 – 83 ไร่  รวมทั้งสองแปลง มีเนื้อที่รวม  40-1-31.9 ไร่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีลูกศิษย์และญาติโยมมีจิตศรัทธาเลื่อมใสใฝ่ธรรมมาปฎิบัติธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้สถานที่ใช้ปฎิบัติธรรมไม่เพียงพอ  พระอาจารย์ชัยกิจ จึงได้มีดำริสร้างแดนลานธรรมสุวรรณภูมิ เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมและแสดงธรรมเทศนา โดยได้ทำการทอดผ้าป่าสามัคคีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2559  เพื่อนำปัจจัยมาสมทบทุนในการก่อสร้าง  ซึ่งลานธรรมดังกล่าวออกแบบมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีเนื้อที่ ประมาณ 5.3 ไร่   มีสระล้อมรอบ ทำชั้นดินเทคานล้อมไว้เป็นทรงสี่เหลี่ยม จำนวน 4 ชั้น เป็นลานธรรมกลางแจ้งโดยให้มีสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุด เพื่อคงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุด  ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ   ส่วนชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา แกะสลักจากหินทรายเขียว หน้าตัก กว้าง 3.40 เมตร มีชื่อว่า “พระพุทธศรีอริยสุวรรณภูมิ”  ซึ่งได้ทำพิธียกองค์พระไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2559  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง(ท่านสามารถ ลอยฟ้า) เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส และพระครูปราโมทธรรมทาน  เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย  ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์

ที่พักสงฆ์ป่าสัจจะบูชาธรรม เป็นสถานที่เหมาะสำหรับผู้ที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา มีความมุ่งมั่นในการปฎิบัติ ดังจะเห็นที่ป้ายหน้าประตูวัดเขียนไว้ว่า “ ที่นี่เป็นที่ฝึกจิตภาวนา ไม่อนุญาตให้มาเที่ยวเล่น ถ้าอยากสร้างปัญญาหาธรรม จงมาปฏิบัติธรรมตามเวลาที่กำหนดไว้” ในอนาคตเมื่อแดนลานธรรมสุวรรณภูมิได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ลานธรรมนี้จะเป็นที่เอาไว้แสดงธรรมเทศนาและปฎิบัติธรรม ทุกคนสามารถมาปฎิบัติธรรมได้โดยไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะคนยากจนหรือคนร่ำรวย ขอเพียงอย่างเดียวที่มีเหมือนกัน คือจิตใจแสวงหาธรรม มีจิตใจที่ดีและแสวงหาความพ้นทุกข์